ดูเรื่องย้อนหลัง

นิตยสารชีวจิตฉบับที่ 272

เมื่อวิตามินเสริมเกิน (กว่า) เหตุ
ความคิดของคุณล้วนชาย ว่องวานิช ไม่ต่างจากคนหนุ่มจบใหม่ไฟแรงที่ต้องการประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างรวดเร็ว ไม่รู้เลยว่าต้องจ่ายด้วยต้นทุนที่แพงที่สุด คือ สุขภาพกาย และจิตใจ
“ผมเปรียบชีวิตเหมือนสุนัขไล่เนื้อที่วิ่งไล่ความสำเร็จไม่หยุดหย่อน คิดว่าชื่อเสียงเกียรติยศจะทำให้มีความสุข”
เรียกว่าตื่นเช้าก็มุ่งแต่ทำงาน ไม่เคยใส่ใจเรื่องอาหารการกิน หรือออกกำลังกาย กลับบ้านตีหนึ่งตีสองคิดว่าเหนื่อยแล้วจะหลับ แต่เอาเข้าจริงกลับหลับไม่สนิท เพราะสมองยังตื่นตลอด 24 ชั่วโมง เกิดตะกอนความเครียดในระดับจิตใต้สำนึก กลายเป็นคนเครียด ฉุนเฉียว และวิตกกังวลโดยไม่รู้ตัว
“สุขภาพผมแย่ลงเพราะเหนื่อยอยู่ตลอดเวลา ขนาด ตื่นเช้าขึ้นมาก็เรอเป็นกลิ่นอาหารที่กระเพาะย่อยไม่หมด ขับถ่ายไม่ปกติ เป็นโรคเรื้อรังแบบที่ผู้บริหารเป็นกัน คือ ปวดคอ หลัง ไหล่”
ชีวิตผิดทาง
เมื่อนอนไม่หลับ ก็ซื้อยานอนหลับมากิน ปวดเมื่อยก็กินยาคลายกล้ามเนื้อ อาหารไม่ย่อยก็กินยาช่วยย่อย ไม่ขับถ่ายก็กินยาถ่าย จากหนึ่งเม็ดเป็นสองเม็ดจนมากขึ้นและใช้ยาแรงขึ้นเรื่อย ๆ คุณล้วนชายบอกว่า เป็นการกินเพื่อกลบเกลื่อนอาการเท่านั้น
“ผมยังเคยรักษากับหมอฝังเข็มเพื่อบรรเทาปวดเมื่อย หมอก็เตือนให้ระวังเรื่องหัวใจไว้ด้วย แต่ผมไม่เชื่อ เลยไม่สนใจ ยังใช้ชีวิตเหมือนเดิม จนผ่านไปไม่ถึงปีได้เจอหมอฝังเข็มคนเดิม ซึ่งเตือนผมซ้ำอีกว่า ให้ไปโรงพยาบาล”
ไปคราวนี้ คุณหมอสั่งกักตัวทันที เพราะตรวจพบว่าหัวใจเต้นผิดจังหวะ โดยหัวใจห้องบนจะเต้นรัว ขณะที่หัวใจห้องล่างเต้นช้าจนเกิดฟองอากาศซึ่งถ้าหลุดออกจากหัวใจขึ้นสู่สมอง มีโอกาสที่เส้นเลือดในสมองแตกและเป็นอัมพาต
“เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ต้องนอนไอซียู ทำให้ยิ่งเครียด คิดวกวนว่า นี่เราจะตายแล้วใช่ไหม ตอนนั้นอายุประมาณ 38-39 เอง”
วิตะมินเสริมทำป่วย
หลังการรักษาตัวนานนับเดือน คุณหมอแนะให้ผ่าตัดด้วยวิธีใช้ไฟฟ้าจี้เพื่อควบคุมการเต้นของหัวใจ แต่คุณล้วนชายขอต่อรองที่จะกลับไปปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิต คุณหมอก็ตกลงเพราะเห็นว่ากล้ามเนื้อหัวใจยังแข็งแรงอยู่
“ผมคิดแบบนักธุรกิจที่ชอบอ้างว่ายุ่ง มีเวลาน้อย จึงมองหาทางลัดที่ทำให้ตัวเองสุขภาพแข็งแรงได้เร็ว ๆ จึงไปลงตัวที่วิตามินเสริม คิดว่า ถ้าอยากสุขภาพดี ก็ใช้เงินซื้อเอา”
จากการกินวิตามินฝรั่ง ยาสมุนไพรไทย –จีนทั้งชนิดน้ำและเม็ดเพื่อบำรุงรักษาหัวใจ เริ่มเสริมด้วยการกินวิตามินรวมเพื่อบำรุงร่างกายทุกส่วนให้แข็งแรง
“ผมกินวิตามินทีละสิบเม็ด ผสมกับยาจีนสองถึงสามขวดต่อมื้อ กินเหมือนเป็นอาหารหลักอยู่อย่างนั้นถึงสามปี”
วิตามินบางตัวเมื่อกินไปสักพักก็เลิก นึกอยากหยุดก็หยุด อยากเปลี่ยนก็เปลี่ยน ทั้งที่บางสูตรต้องกินไปสักระยะหนึ่งถึงจะเห็นผล
“ความที่ใจร้อน อยากหายเร็ว ๆ ก็เลยกินแบบเหวี่ยงแห นานไปก็เริ่มไม่รู้ว่า ตัวไหนใช้ได้ผล ตัวไหนไม่ได้ผล แค่คิดว่ากินมากดีกว่ากินน้อย”
“แต่ผมไม่ได้กินวิตามินแต่ละตัวเกินข้อแนะนำการใช้ยา เพียงแต่ว่ากินหลายขนาน จนเหมือนของดีหลายอย่างมาเจอกัน สุดท้ายกลายเป็นพิษได้”
ความผิดพลาดซ้ำสอง คือ ไม่ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตตามที่รับปากคุณหมอไว้
“ผมกินวิตามินเสริมก็จริง แต่ยังกินอาหารมื้อปกติเหมือนเดิม เครียดเหมือนเดิม นอนน้อยและไม่ออกกำลังกาย”
วันหนึ่ง... คุณล้วนชายตื่นขึ้นพร้อมกับอาการคลื่นไส้อาเจียนจนหมดแรง ต้องเข้าโรงพยาบาลอย่างปัจจุบันทันด่วน
“ผมเกิดอาการตับอักเสบแบบเฉียบพลันโดยไม่มีสัญญาณเจ็บป่วยล่วงหน้า กระทั่งหมอที่รักษายังตกใจ เพราะปกติไม่ค่อยมีใครเป็นกัน”
“ผมบอกหมอว่า ผมกินวิตามินเสริมอะไรบ้าง หมอก็สั่งให้หยุดทั้งหมดทันที”
ทุกคืนคุณล้วนชายจะต้องลุกขึ้นมาอาเจียนตอนตีสามตี่สี่ กินนอนไม่เป็นสุข น้ำหนักลดฮวบ 6-7 กิโลฯ ทำงานก็ไม่ได้ อยู่ในห้องแคบ ๆ ก็หงุดหงิด เป็นทุกข์มาก
“วันหนึ่งผมรู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว เลยตัดสินใจเดินเข้าห้องพระ สวดมนต์ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วย พอใจสงบก็เริ่มคิดได้”
บทเรียนเปลี่ยนชีวิต
คุณล้วนชายตัดสินใจหันมาดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง โดยการกินอาหารสุขภาพ หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ ออกกำลังกายด้วยการวิ่งจ็อกกิ้ง รวมถึงพักผ่อนให้เพียงพอ พร้อมกับการสวดมนต์ ทำสมาธิ ฟังธรรมะ เพื่อให้ใจนิ่งสงบมากขึ้น
“ก็ยังกินวิตามินเสริมอยู่ แต่จะเหลือเพียงวิตามินอี วิตามินบำรุงตับ โดยทั้งหมดอยู่ในความดูแลของหมอ”
ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้คุณล้วนชายได้เรียนรู้ว่า สุขภาพที่แข็งแรงเริ่มต้นจากการบริหารชีวิตให้เหมาะสมและได้สมดุลทั้งการกินอาหาร พักผ่อน ทำงาน และออกกำลังกาย
“ส่วนวิตามินเสริม ชื่อก็บอกแล้วว่าเป็นตัวเสริม ไม่ใช่อาหารหลัก หรือยาในการรักษาสุขภาพ”
คุณล้วนชายสรุปบทเรียนทิ้งท้ายว่า วิตามินเสริมนั้นดี
“แต่เป็นตัวเราเองต่างหากที่ใช้ผิดวิธี”