ดูเรื่องย้อนหลัง

นิตยสารชีวจิตฉบับที่ 284

บททดลองของสาวนักดูแลสุขภาพ
ฉะนั้น ต่อให้กินแต่อาหารสุขภาพ หรือออกกำลังกายอย่างถูกต้องสม่ำเสมอ แต่ตราบใดที่ทำด้วยความฝืนใจ คับข้อง และไม่มีความสุข ตราบนั้น การดูแลสุขภาพก็คงปราศจากประสิทธิผล ความหวังว่าจะมีความเป็นเลิศทั้งกายและใจ ตามบัญญัติข้อที่สามของชีวจิต คงห่างไกลเกินเอื้อมถึง
เมื่อความจริงเป็นเช่นนี้แล้ว เราคงต้องหาวิธีการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตและความชอบส่วนตัว เพื่อให้เส้นทางสู่ความเป็นเลิศทั้งกายและใจ ก่อความเพลิดเพลินและผ่อนคลาย
ว่าแต่กว่าจะพบแนวทางการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับวิถีชีวิต และความชอบส่วนตัว คงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เช่นเดียวกับคุณวีณา นามสกุล อายุ 45 ปี ผู้มีนิสัยชอบทดลอง และรักการดูแลสุขภาพเป็นชีวิตจิตใจ จึงลองผิดลองถูกมาซ้ำครั้งซ้ำครา กระทั่งสุดท้าย เธอก็พบสิ่งที่เหมาะกับตัวเอง
การทดลองบทที่1
เริ่มต้นที่พบใจตัวเอง
เช้าวันหนึ่ง ในปี พ.ศ. 2538 ขณะนั้นคุณวีณาอายุสามสิบกว่าปี เธอตื่นนอนมาอาบน้ำทำกิจธุระเช่นทุกวัน แต่เมื่อลงมือแต่งหน้า พบว่าแป้งพลัฟที่เคยทาติดผิวหน้าง่ายดายกลับยากขึ้น ผิวสวยที่เคยสดใสเปล่งปลั่งกลับแต่งแต้มด้วยริ้วรอยเยอะขึ้น
“เราเห็นความเปลี่ยนแปลงของร่างกายอย่างชัดเจน ก็เลยคิดว่า อย่ารอให้ป่วยหรือเป็นอะไรไปก่อนเลย รีบดูแลสุขภาพดีกว่า” คุณวีณาเล่า
“แต่ก็ไม่ได้เริ่มจากการดูแลสุขภาพกายโดยตรง เราเริ่มดูแลใจก่อน เพราะไม่อยากรอให้ทุกข์ก่อน จึงลองไปเข้าคอร์สปฏิบัติธรรมกับชมรมยุวพุทธ (ชมรมยุวพุทธิกสมาคม) แล้วชอบมาก จึงทำต่อเนื่องมาเรื่อยๆ และเห็นว่า เราจะปฏิบัติธรรมก็ต่อเมื่อร่างกายแข็งแรงเท่านั้น”
ทราบอย่างนี้แล้ว คุณวีณาก็ยังไม่ได้เริ่มดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง จนกระทั่งวันหนึ่งคุณครูของลูกชายคนเล็กวัยอนุบาลมาเป็นผู้จุดประกายให้เธอต้องลงมือหักเหชีวิตไปจากแบบเดิม
“วันหนึ่งลูกมาบอกว่า แม่ ครูที่โรงเรียนบอกว่าหนูเป็นโรคขาดอาหาร เราก็หยุดเลย หยุดชีวิตแบบเดิมๆไปเลย”
ชีวิตแบบเดิมของเธอคือ การจดจ่อกับการทำงาน พยายามรับผิดชอบสิ่งที่เจ้านายมอบหมายอย่างเต็มที่และดีที่สุด ซึ่งนับเป็นเรื่องดีมาก เพียงแต่ยังไม่สมดุลลงตัวนัก เพราะคุณวีณาหลงลืมใส่ใจลูกในบางคราว
“ประกอบกับตอนนั้นก็ปฏิบัติธรรมไปได้พักหนึ่งแล้ว และเริ่มรู้ว่าความสุขของคนเรา ไม่ได้อยู่ที่คำชมของเจ้านาย ตำแหน่ง รถคันใหม่” เธอจึงเริ่มดูแลสุขภาพของลูกและตัวเองอย่างจริงจัง ผสมผสานไปกับการทำสมาธิอย่างต่อเนื่อง
การทดลองบทที่2
ชีวจิตผู้จุดประกายเรื่องท็อกซิน
เมื่อราวสิบปีที่แล้ว ขณะที่นิตยสารชีวจิตจัดคอร์สสุขภาพที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง ณ อำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี คุณวีณาได้ยินได้ฟังว่า ชีวจิตคือทางเลือกใหม่ในการดูแลสุขภาพ แบบที่เรียกว่า ป่วยที่ป่วยก็ต้องใช้ชีวจิต ไม่ป่วยก็ต้องใช้ชีวจิต จึงสมัครไปเข้าร่วมถึงสามครั้งสามครา
สิ่งที่ได้เรียนรู้และนำมาปรับใช้กับชีวิตได้แก่
อาหาร
คุณวีณาเล่าว่า“หลังจากลับจากคอร์สครั้งแรก ก็เริ่มด้วยการเลือกอาหารเข้าครัว เช่น จากที่ชอบกินไก่ ก็งดเลย เพราะรู้จากอาจารย์สาทิส (สาทิส อินทรกำแหง...กูรูต้นตำรับชีวจิต) ว่าไก่ที่ขายในตลาดบ้านเรามักฉีดฮอร์โมน ซึ่งคิดว่า เออก็จริงนะ เพราะไก่ที่ขายในออสเตรเลียจะมีฉลากบอกว่า ตัวไหนฉีดฮอร์โมน ตัวไหนไม่ฉีด แต่บ้านเราไม่มีใครบอกอย่างนั้น
“รู้อย่างนี้ เราจึงเริ่มเลือกอาหารบริโภค โดยเน้นแต่ปลาและผักปลอดสารที่คิดว่าปลอดภัยจริงๆ”
น้ำอาร์ซี
เริ่มดื่มจากในคอร์สสุขภาพชีวจิตทุกเช้าก่อนรำกระบอง คุณวีณาพบว่า น้ำอาร์ซีมีรสชาติดี กลิ่นหอม และช่วยให้สดชื่นกระปรี้กระเปร่า เธอจึงเริ่มต้มธัญพืชทั้งเก้าชนิดดื่มเองที่บ้าน โดยดื่มทุกเช้าก่อนไปทำงาน
“น้ำอาร์ซีช่วยระบบขับถ่ายของลูกด้วย ตอนนั้นเขายังเล็ก ชอบกินขนมขบเคี้ยว ถ่ายยาก ถ่ายออกมาเป็นก้อนกลมๆ เหมือนลูกชิ้นทุกครั้ง และเราก็สังเกตว่าท้องของเขาป่องเชียว เลยให้เขาลองดื่มน้ำอาร์ซี เชื่อไหมว่าดื่มตอนเช้า วันนั้นเขาก็เริ่มพายลมปุ๋ง ปุ๋ง ออกมาไม่ต่ำกว่าห้าสิบครั้ง หลังจากนั้นท้องป่องของเขาก็แบนไปเลย” คุณวีณายืนยันถึงประสิทธิผลของน้ำอาร์ซี
ดีท็อกซ์
สมัยเมื่อเริ่มก่อตั้งนิตยสารชีวจิตได้ไม่นาน เรื่องดีท็อกซ์ยังไม่แพร่หลายนัก น้อยคนจะรู้ว่า วิถีชีวิตปกติของเรา (จากอาหารการกิน ความเครียด และมลพิษรอบตัว) ก่อให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า ท็อกซิน อันเป็นตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคร้ายที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคอย่างมะเร็ง
หากอาจารย์สาทิสอ้างถึงการศึกษาเรื่องท็อกซินของนายแพทย์แมค เกอร์สัน (ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์ และเป็นอาจารย์ของอาจารย์สาทิส สมัยที่ท่านศึกษาเรื่อง การรักษาโรคด้วยอาหาร ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา) ซึ่งนำมาสู่การทำดีท็อกซ์ ในแบบที่ประหยัด สะดวก ปลอดภัย และสามารถทำเองได้
ความรู้นี้ช่วยทำลายกำแพงล้อมของการแพทย์แผนปัจจุบันให้คุณวีณา
“เห็นสต๊าฟสาธิตบนเวที เราก็เออน่าสนุกนะ ตอนไปยืนรอน้ำกาแฟ ยังรู้สึกปลอดๆ แต่พอไปทำเองในห้องพัก รู้สึกชอบมา ใช่เลย
“ลองคิดดูสิ ท่อน้ำยังตัน แล้วเราล่ะ บริโภคพิษเข้าไปเท่าไร ต้องล้างออกเสียบ้าง ตอนนี้เราต้องมีถุงดีท็อกซ์ติดบ้านไว้เลย แถมเวลาเดินทางก็ต้องนำติดตัวไปด้วย เมื่อไรที่รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวก็ใช้น้ำอุ่นทำเลย”
การทดลองไปเข้าร่วมคอร์สชีวจิต ทำให้คุณวีณาเริ่มสนุกกับการดูแลสุขภาพกายมากยิ่งขึ้น
ติดตามอ่านอีก 2 บททดลองได้ที่ นิตยสาร ชีวจิต ฉบับที่ 284
“นอกจากนี้ เรายังจำเป็นต้องมีพื้นฐานจิตใจที่ดี รู้ว่าทุกอย่างในชีวิตต้องมีความพอดี” ความพอดีคือคำตอบของสรรพสิ่งจริงๆ ค่ะ